วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

[Review] Conception II: Children of the Seven Stars




Conception II ภาคต่อของเกมดังจาก psp ที่มีส่วนผสมระหว่าง RPG และ Dating Sim ได้อย่างลงตัว ตัวเกมเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่องการปั๊มลูกๆ และพาไปตะลุยดันเจี้ยนเพื่อกู้โลก ในภาคนี้ลงให้กับทั้ง PS Vita และ 3DS (โดยส่วนตัวผมเล่นบน 3DS ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต่างกันมากหรือเปล่า) ตอนนี้เกมนี้กำลังลดราคาอยู่พอดี เลยถือโอกาสนี้หยิบมา review กันครับ



Conception II: Children of the Seven Stars
BySpike Chunsoft
Genre: RPG
Platform: 3DS/PS Vita


__________________________________________

Story

__________________________________________


เนื้อเรื่องของเกมนี้ก้ตามมาตรฐานเกมแนวนี้ทั่วๆไปครับ ความมืดปกคลุมไปทั่วทุกที่ และเกิดเป็น Dusk Circle ขึ้นมา (คล้ายๆกับหลุมที่เชื่อมกับต่างมิติ ราวๆนั้นครับ) กระจายไปทั่วโลก ซึ่งเหล่ามอนสเตอร์ก็พากันยกขบวนออกมาจาก Dusk Circle แต่ละแห่งและอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้แก่มนุษย์ แต่ถึงจะกำจัดมันไปเท่าไหร่มันก็ยังออกมาเรื่อยๆ เหมือนไม่มีหมด

ตามตำนานเล่าขานว่าเด็กแห่งดวงดาว มีพลังอำนาจที่จะสามารถปัดเป่าความชั่วร้ายได้ แต่การสร้างเด็กแห่งดวงดาวขึ้นมานั้นต้องใช้พลังแห่งดวงดาว (Star Energy มีในเด็กผู้หญิง) และพลังธาตุ(Ether มีในเด็กผู้ชาย) ในปริมาณที่สูงมาก และหนุ่มสาวทั้งสองต้องมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

จึงได้มีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่เมือง Fort City เมืองที่  Dusk Circle แห่งแรกปรากฏขึ้นมา เพื่อรวบรวมเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาวที่มีพลังแห่งดวงดาว และพลังธาตุ มากกว่าคนปกติ ซึ่งเด็กเหล่านี้จะมีตราประทับแห่งดวงดาวปรากฏขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อฝึกฝนให้เหล่านักเรียนสามารถต่อกรกับมอนสเตอร์ได้ และหวังว่าจะพบเด็กหนุ่มสาว ที่สามารถให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวได้

พระเอกของเราเป็นนักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามา และเมื่อเข้ามาวันแรกก็พบว่าเขาเป็นผู้ที่มีพลัง Ether มากกว่าคนปกติหลายเท่าตัว และสามารถที่จะให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวได้ พระเอกของเราก็ถูกเรียกเป็น "ของขวัญของพระเจ้า" และจากพลัง Ether ที่มหาศาลทำให้เราสามารถให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาว และบุกเข้าไปใน Dusk Circle ได้ จากนี้ภารกิจของเราคือการร่วมมือกับเด็กสาวที่มีพลังแห่งดวงดาวทั้งเจ็ดคน สานสัมพันธ์ ตะลุยดันเจี้ยน และให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาว เพื่อปิดผนึก Dusk Circle  ทั้งหมดลง

ตัวเนื้อเรื่องถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างใช้ได้ มีความน่าติดตามอยู่บ้าง แต่ก็เดาทางได้ง่ายผิดคาดราวกับหนังเกรดบี แต่กลับกันเนื้อเรื่องในส่วนของสาวๆทั้งเจ็ดคนนั้น มีความน่าสนใจ มีการเล่าเรื่องที่ดี และน่าติดตาม ทำให้โดยรวมแล้วด้านเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็ถือว่ามีอะไรดีอๆยู่พอตัว


__________________________________________

Gameplay

__________________________________________


เกม Conception II เป็นเกม RPG ที่มีส่วนผสมของ Dating Sim อยู่ครับ ส่วนของเกมเพลย์ขอแยกเป็นส่วนๆนะครับ เริ่มที่การสำรวจ เกมนี้ตัดความยุ่งยากในการสำรวจต่างๆออกไปเลยครับ เกมทำมาได้เข้าใจง่าย มีเมืองแค่เมืองเดียว โดยเกมจะค่อยๆปลดล็อกสถานที่ต่างๆออกมาให้คุณทีละเล็กทีละน้อย จากการดำเนินเนื้อเรื่องหรือการพัฒนาเมือง แถมการเดินทางก็มีสถานที่ต่างๆให้เลือกไปได้โดยสะดวก จุดนี้ใครที่ไม่ชินกับเกม RPG ประเภมที่เนื้อเรื่องวางบทมาหลวมๆแล้วให้เราไปหาทางไปต่อเอาเอง (เช่นผู้กล้าจงไปปราบราชามังกรซะ แต่จะไปยังไงไม่อธิบาย แค่ให้คำใบ้มานิดๆหน่อยๆ กว่าจะรู้ต้องไล่คุยจนเกือบหมดเมือง) ก็สามารถเล่นได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวหลง ส่วนดันเจี้ยนก็มีให้เลือกเป็นดันเจี้ยนไปจะไปที่ไหนก็กดเลือกไปได้ทันทีไม่ต้องเสียเวลา แถมเกมยังเรียงลำดับมาให้ตายตัวเรียบร้อยว่านี่ดันแรกนะ เสร็จแล้วไปนี่ต่อนะ สะดวกสบายมากๆครับ


ต่อไปก่อนจะออกไปลุยเราก้ต้องสร้างความสัมพันธ์กับสาวๆก่อน เพื่อการให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวครับ เกมเพลย์ในส่วนนี้ เราจะต้องทำการพูดคุย และผ่าน event กับสาวๆทั้งเจ็ดคน ซึ่งขอบอกว่าแต่ละคนนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากครับ ในส่วนนี้ตัวเกมทำออกมาได้ดีทีเดียว และนอกจากจะพูดคุย หรือตอบคำถามต่างๆเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์แล้ว เรายังสามารถซื้อของขวัญให้สาวๆได้ด้วย โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์แล้วถ้าของขวัญเหล่านั้นเป็นพวกเครื่องประดับ เราสามารถเลือกให้สาวๆสวมเครื่องประดับที่เราให้ไปได้ (แต่ทำไมมันใส่เฉพาะตอนอยู่ในโรงเรียนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน) ในส่วน event ของสาวๆถือว่าทีมงานเอาใจใส่ดีทีเดียว



การให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวนั้น เด็กจะออกมาเก่งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ status ของสาวๆที่ให้กำเนิดกับระดับความสัมพันธ์ของเรากับสาวคนนั้นๆครับ นอกจากนี้ด็กๆที่เกิดมาจะมี Level Cap ที่แตกต่างกันไป จุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับเลเวลของพ่อแม่ด้วยครับ เว้นแต่เด็กอัจฉริยะที่เกิดมามี Max Level ที่ 99 เลย แต่โอกาสได้ก็น้อยมากครับ (ดังนั้นเกมจึงเหมือนกับบังคับกลายๆให้คุณสร้างความสัมพันธ์กับสาวๆแล้วพาเธอไปเก็บเลเวลด้วย)  จุดที่น่าสนใจคือเด็กๆพวกนี้มีอาชีพให้เลือกเยอะมากครับ แต่ละอาชีพก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ให้เราหาอาชีพที่ชอบมาจัดทีมกันได้ตามสะดวก โดยการเล่นจะแบ่งเป็นสี่ทีม คือทีมของตัวเอก+สาว (เลือกได้ทีละคน) และทีมของเด็กๆอีกสามทีม ทีมละสามคน ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกผสมผสานสายอาชีพต่างๆไว้ในทีมตามความพอใจ และถ้าเราจัดทีมตรงตามเงื่อนไข ทีมนั้นจะสามารถใช้ skill พิเศษได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีอาชีพพิเศษให้ค้นหาอีก จุดนี้เพิ่มความสนุกให้เกมได้อีกเยอะครับ



ส่วนของการตะลุยดันเจี้ยน เกมนี้แบ่งดันเจี้ยนออกเป็นดันเจี้ยนหลัก 8 ดันเจี้ยน และดันเจี้ยนย่อยๆอีก 10 ดันเจี้ยนซึ่งจะเคลียร์หรือไม่ก็ได้ รวมทั้งหมด 18 ดันเจี้ยน แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว มันเหมือนๆกันไปซะหมด  ราวกับแค่เปลี่ยนเท็กเจอร์มา ภายในดันเจี้ยนไม่มีอะไรให้สำรวจ (นอกจากจะอยากเก็บไอเทมให้ครบๆ) แถมบางที่ยังกว้างเกินจำเป็น เล่นแล้วชวนหลับเอามากๆ ระบบการต่อสู้ การเข้าต่อสู้จะไม่ได้ใช้การสุ่มเจอศัตรูแบบ RPG อื่นๆ แต่จะมีมอนสเตอร์ให้เห็นเป็นตัวเป็นตนในแผนที่เลย และหากเดินไปสะกิดกันก็จะตัดเข้าฉากต่อสู้ (ใครเคยเล่น Persona 3,4 มามันก็อารมณ์นั้นละครับ แค่คุณไม่ต้องกดฟันเท่านั้นเอง) ในส่วนของการต่อสู้นั้น จะเป็น Turn base โดยใครเร็วกว่าก็ได้เทิร์นไวกว่า และการใช้ท่าต่างๆก็มีผลต่อความเร็วของการได้เทิร์นด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกทิศทางการโจมตีมอนสเตอร์ได้ด้วย (ซ้าย ขวา หน้า หลัง สี่ทิศ) ซึ่งมอนสเตอร์แต่ละตัวก็จะมีจุดอ่อนอยู่ในทิศทางต่างๆ เช่นบางตัวจุดอ่อนอยู่ด้านหลัง หากโจมตีจากด้านหลังจะแรงขึ้นเป็นต้น แน่นอนครับ การย้ายตำแหน่งเพื่อโจมตีก็มีผลต่อความเร็วของการได้เทิร์นด้วยเช่นกัน ส่วนต่อไปคือระบบ Chain ทุกๆครั้งที่คุณทำการโจมตี ค่า Chain  ก็จะขึ้นมา และหากเพิ่มถึงระดับหนึ่งมอนสเตอร์จะถูก Chain ทำให้เทิร์นช้าลงและหากคุณทำการ Chain  ได้สำเร็จ ก็จะได้ค่าประสบการณ์และเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้เกมยังมี Ether Level ที่ทำให้เราได้เทิร์นเร็วขึ้น โดย Ether Level  สามารถเพิ่มได้ด้วยการ Chain การกำจัดศัตรู หรือการใช้สกิล จากทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าระบบต่อสู้มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะพอสมควร และมีอะไรให้คิดมากกว่าแค่ตีๆให้จบไป แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว หากจัดทีมดีๆ วางแผนดีๆ และมีเลเวลสูงพอ ศัตรูแทบทุกตัวในเกมนี้ (ยกเว้นพวกบอส) คุณสามารถกดออโต้แล้วปล่อยให้มันตีเองได้เลยครับ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เมื่อรวมกับดันเจี้ยนซ้ำซาก กับกองทัพมอนสเตอร์ย้อมสี มันยิ่งชวนง่วงไปกันใหญ่ครับ แต่บอสแต่ละตัวทำออกมาได้ดูดี และท้าทายพอตัวครับ


__________________________________________

Graphic&Sound

__________________________________________


สำหรับกราฟิกในเกมนี้ ออกตัวก่อนว่าผมเล่นบน 3ds นะครับ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีเลยครับสำหรับเกมบน 3ds มันสวยงามในระดับที่น่าพอใจ อนิเมคัตซีนก็ทำออกมาดี มีอยู่พอหอมปากหอมคอ ส่วนพวกกราฟิก 3d ก็สวยงามสมตัวครับ ที่สำคัญฉากใช้สกิลพิเศษของตัวเอกและสาวๆดูดีมาก แต่ส่วนของดันเจี้ยนนี่ทำมาแบบเผามากๆ ซ้ำซากไปซะหมด 18 ดันเจี้ยนแทบไม่มีอะไรต่างนอกจาก texture แถมมอนสเตอร์ย้อมสีเพียบ ผมว่ามันดูขี้เกียจไปครับ

ส่วนเสียงประกอบทำออกมาได้ดี เพลงทำนองแปลกๆแต่ฟังแล้วติดหูก็มีอยู่เยอะครับ ส่วนเสียงพากย์ก็มีอยู่ครบในบทสนทนาหลักๆ และก็พากย์ได้ดีทีเดียว คงเอกลักษณ์ของตัวละครไว้ได้ (สำหรับการพากย์อังกฤษที่หลายๆเกมทำออกมาไร้อารมณ์มาก) สำหรับใครที่ซื้อในล็อตแรก เขาแถมแผ่น Soudtrack มาให้ด้วยนะครับ

__________________________________________

Value

__________________________________________

ถ้าจะถามว่าเกมนี้คุ้มค่าไหม ผมมองว่ามันเป็นเกมที่รายละเอียดหลายๆอย่างมันดูเยอะ เหมือนเอาอะไรดีๆมารวมๆกัน แต่เอาเข้าจริงๆมันไปไม่สุดสักทางครับ ถ้าคุณทำใจได้กับการทำอะไรซ้ำๆซากๆ วนไปวนมา อยากติดตามเนื้อเรื่องของเกมนี้ และมีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ ผมว่ามันก็โอเคครับ แต่ผมว่ารอช่วงลดราคา หรือซื้อมือสองดีกว่าครับ


__________________________________________

Verdict: 7/10

__________________________________________


ข้อดี
- เนื้อเรื่องน่าสนใจ
- สาวๆน่ารัก 
- กราฟิกสวยงามพอตัว
- เพลงเพราะ

ข้อเสีย
- เกมการเล่นซ้ำซาก ไม่ค่อยท้าทาย
- ดันเจี้ยนทั้งเกมแทบหาความแตกต่างไม่ได้
- มอนสเตอร์ย้อมสีเต็มไปหมด




ปล.ตอนนี้เกมนี้บน Nintendo eShop กำลังอยู่ในช่วงลดราคานะครับ ใครสนใจเกมนี้และคิดจะซื้อ โอกาสดีแล้วครับ
ปล2. Etrian Odyssey ที่ผมเคยรีวิวไปก็ลดนะครับ

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557

[Review] One Tap Quest

[Review] One Tap Quest



บางครั้ง ในการจะสร้างเกม rpg สักเกมหนึ่ง เราก็ไม่ได้ต้องการระบบต่อสู้ที่สุดยอด เนื้อเรื่องที่ยิ่งใหญ่ หรือกราฟิกระดับ next-gen แต่อย่างใด ซึ่งเกมเกมนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มันมีดีในตัวของมันเอง ด้วยระบบการเล่นที่เรียบง่าย แถมยังสนุกเสียด้วย เราลองมาดูกันว่าเกมนี้มีอะไรดี


__________________________________________

Story

__________________________________________


จอมปีศาจร้ายฟื้นคืนชีพ แผ่นดินลุกเป็นไฟ เหล่ามอนสเตอร์ออกอาละวาด ผู้กล้าในตำนานของเราต้องลุกขึ้นมาปกป้องความสงบสุขของมวลมนุษยชาติ ด้วยการออกเดินทางเพื่อโค่นจอมปีศาจลง สุดท้ายเรื่องราวจะเป็นอย่างไร เชิญไปเล่นเองครับ ผมขอละไว้ไม่ spoil แล้วกันครับ

__________________________________________

Gameplay

__________________________________________


ออกผจญภัยในโลกกว้างใหญ่ ฝ่าฝูงมอนสเตอร์มากมายที่จะถาโถมเข้ามาจู่โจมผู้กล้าของเรา ทั้งสไลม์ งูเขียว วัว? โกเลม นินจา อัศวิน และมังกร เก็บสะสมประสบการณ์พัฒนาตัวเอง รวบรวมสมัครพรรคพวกและออกค้นหาไอเท็มในตำนานเพื่อปราบจอมปีศาจให้จงได้ จะเชื่อกันมั๊ยครับถ้าสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดนี่คุณสามารถทำมันได้ในคลิ๊กเดียว ใช่แล้วครับคลิ๊กเดียวเท่านั้น สุดยอดขนาดนี้ไม่มีที่ไหนแล้วครับ ขอติอย่างเดียวเลยคือมันพึ่งดวงมากไปหน่อยครับ


__________________________________________

Graphic&Sound

__________________________________________


กราฟิกของเกม one tap quest นั้น แม้จะเป็นเกมแฟลชแต่ก็สามารถสร้างภาพกราฟิกระดับเดียวกับเครื่องเกมชั้นยอดอย่างเครื่องแฟมิลี่คอมพิวเตอร์เลยทีเดียว ดูแล้วทำให้นึกถึงเกมในตำนานอย่างดราก้อนเควสขึ้นมาเลย ยิ่งฉากที่ผู้กล้าสามคนประจันหน้ากับจอมปีศาจเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสดูครับ ส่วนเรื่องเสียงประกอบเกมนี้ไม่มีครับ แนะนำให้หาเพลง bgm ของดราก้อนเควสภาค 2 มาเปิดคลอไปจะสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีครับ

__________________________________________

Value

__________________________________________

ถ้าจะถามว่าเกมนี้คุ้มค่าไหม ผมว่าไม่ต้องถามแล้วครับ ลองไปเล่นกันเลยจะได้รับคำตอบเอง ยังไงเกมนี้ก็ฟรีครับ ถ้าลองแล้วไม่ชอบ ไม่สนุก หรือยังไงก็แค่เสียเวลาเล็กๆน้อยๆ แต่เชื่อเถอะครับ ถ้าคุณเป็นคนที่รักเกม rpg และโหยหาบรรยากาศเก่าๆสมัยนั่งเป่าตลับเกม แค่ได้เห็นภาพกราฟิกก็แทบจะอดใจไม่ไหวแล้วครับ แนะนำให้ลองเล่นดูครับ

__________________________________________

Verdict: 7/10

__________________________________________


ข้อดี
- เล่นฟรี!!!
- ระบบเข้าใจง่าย แต่สนุก
- ใช้เวลาในการเล่นจนจบแต่ละรอบไม่มาก แต่ยากที่จะทำแต้มให้ได้สูงๆ
- กราฟิก old school มาก

ข้อเสีย
- เกมการเล่นพึ่งดวงมากไปหน่อย
- เกมสั้นไป
- ไม่มีเสียงประกอบเลย



ปล.เกมนี้ผมไม่ทราบจริงๆว่าใครสร้าง แต่มันอยู่ในเว็บของ shimage ก็คงของเขามั๊ง
ปล.2 ใครใคร่ลองเข้าไปลองได้เลยตามลิงก์นี้ครับ http://shimage.net/one-tap-quest/

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

[Review] Etrian Odyssey Untold: The Millennium Girl

[Review] Etrian Odyssey UntoldThe Millennium Girl


Etrian Odyssey Untold: The Millennium Girl คือ remake ของเกมภาคแรกบนเครื่อง nds โดยในเวอร์ชั่น remake นี้นอกจากกราฟิกที่พัฒนาขึึ้นแล้ว ยังได้เพิ่มเติม content ต่างๆเข้ามามากมาย ทั้งในส่วนของเนื้อหาและเกมการเล่น จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเกมใหม่เลยทีเดียว



Etrian Odyssey Untold: The Millennium Girl
By: ATLUS
Genre: RPG
Platform: 3DS
__________________________________________

Story

__________________________________________



เนื้อเรื่องหลักของเกมว่าด้วยเมือง Etria เมืองที่อุดมไปด้วยนักผจญภัยมากหน้าหลายตาจากทุกสารทิศ ซึ่งต่างก็เดินทางกันมาสำรวจดันเจี้ยน ที่ตั้งอยู่ภายใต้ต้น  Yggdrasil ใกล้ๆเมือง เพื่อล่ามอนสเตอร์ หรือหาของป่ากันเป็นปกติ แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น ทั้งแผ่นดินไหวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเหล่ามอนสเตอร์ที่ดูจะดุร้ายกว่าปกติ ด้วยเหตุนั้นผู้เล่นในฐานะของ Highlander จึงต้องเดินทางมาสำรวจค้นหาต้นตอของเหตุผิดปกติในครั้งนี้ ซึ่งในระหว่างการเดินทาง Highlander ได้บังเอิญพบกับสาวน้อย Frederica ผู้ซึ่งสูญเสียความทรงจำ และเหล่าคณะสำรวจผู้ต้องการค้นหาต้นตอของเหตุการณ์ผิดปกติ Simon, Raquna และ Arthur ทั้ง 5 คนตัดสินใจร่วมทางกัน เพื่อค้นหาคำตอบของเหตุการณ์ผิดปกติ และตามหาความทรงจำของ Frederica 



การเล่าเรื่องของเกมนี้ทำได้ดี และน่าติดตาม มีปริศนาให้ผู้เล่นได้ขบคิดเป็นระยะๆ ไม่น่าเบื่อ ถึงแม้เนื้อเรื่องช่วงหลังๆจะเดาทางง่ายไปสักหน่อย แต่โดยรวมก็ถือว่าทำออกมาได้ดี ด้านตัวละครหลักทั้งห้าคน (ยกเว้น Highlander เพราะถือเป็นตัวแทนของผู้เล่น) ก็จะมีบุคลิกและลักษณะนิสัยต่างกันไป ซึ่งตรงส่วนนี้ผู้เล่นจะค่อยๆรับรู้ผ่านช่วงต่างๆของเกม และค่อยๆเข้าใจความเป็นมาของแต่ละตัวละครมากขึ้น รวมไปถึงเรื่องราวของ npc ต่างๆในเมือง ก็มีการบอกเล่าผ่านการพูดคุย หรือภารกิจต่างๆ เนื้อหาเหล่านี้ถ้าติดตามดีๆก็น่าสนุกอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
__________________________________________

Gameplay

__________________________________________



Etrian Odyssey เป็นเกม rpg แนว dungeon crawling โดยใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยเกมจะแบ่งออกเป็นสองโหมด คือ Story และ Classic โดยที่โหมด Story จะมีตัวละครหลักทั้งห้าคนเป็นตัวดำเนินเรื่อง ส่วนโหมด Classic เมื่อเริ่มเกมผู้เล่นสามารถที่จะสร้างตัวละคร และจัดทีม ตามแต่ผู้เล่นแต่ละคนจะจินตนาการได้ ก่อนที่จะทำการออกสำรวจดันเจี้ยน ต่อสู้ พัฒนาตัวละคร และทำภารกิจต่างๆตามที่ได้รับมอบหมาย (ใน Story Mode จะมีดันเจี้ยนและเควสเฉพาะ ที่ไม่มีใน Classic Mode ด้วย) ดูเผินๆอาจจะเหมือนเกมอื่นๆตามมาตรฐานเกมแนวนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Etrian Odyssey นั้นแตกต่างจากเกมแนวเดียวกันเกมอื่นๆก็คือ การสำรวจ และรายละเอียดของเกมเพลย์


การสำรวจในเกมนี้นั้นจะเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง และผู้เล่นจะสามารถเดินได้เป็นบล็อคๆไป (ไม่สามารเดินแบบ 360 องศาได้) ซึ่งก็เป็นปกติสำหรับเกมแนวนี้ แต่ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องเขียนแผนที่ด้วยตนเอง โดยใช้จอทัชสกรีนของ 3DS ซึ่งตัวเกมก็จะมีเครื่องมือในการเขียนมาให้ เช่นเครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งในการลุยดันเจี้ยนแต่ละแห่ง ผู้เล่นไม่ได้ลุยรอบเดียวแล้วจบๆไปอยู่แล้ว เพราะเกมยังมีภารกิจต่างๆให้ผู้เล่นได้ทำอีกมากมายในภายหลัง ซึ่งในจุดนี้หากผู้เล่นสังเกตุและจดโน๊ต หรือทำสัญลักษณ์ไว้บนแผนที่ ก็จะไม่พลาดจุดสำคัญๆ และจะทำให้ง่ายต่อการทำภารกิจ หรือหาไอเทมต่างๆในภายหลัง กลับกันหากผู้เล่นไม่ได้สังเกตุ ไม่ได้อ่านอะไรสักแต่กดรัวๆไป ก็อาจจะพลาดจุดสำคัญๆต่างๆบนแผนที่ และเมื่อไม่ได้บันทึกจุดต่างๆเหล่านั้นไว้ เมื่อย้อนกลับมาทำภารกิจต่างๆในภายหลังก็จะลำบากกว่า ยกตัวอย่างเช่นผู้เล่นเดินไปเจอหมีตัวหนึ่งที่จุด A ในดันเจี้ยนชั้นที่สอง แล้วทำสัญลักษณ์ตรงจุดที่เจอหมีไว้ พอเสร็จภารกิจกลับไปที่เมือง ก็พบชาวบ้านขอร้องให้ไปตามหาหมีที่หนีออกจากบ้านไป ณ ที่ไหนสักแห่งในดันเจี้ยน (เหตุการณ์สมมติ) ตรงจุดนี้หากไม่ได้ทำจุดสังเกตุไว้อาจเดินหากันนานเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าการที่เกมเลือกให้ผู้เล่นเขียนแผนที่ และบันทึกจุดต่างๆลงไปด้วยตัวเอง ทำให้ผู้เล่นรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับการสำรวจดันเจี้ยนมากขึ้น และต้องยอมรับว่าการเขียนแผนที่ด้วยตัวเองมันรู้สึกสนุก และน่าภูมิใจมากเมื่อแผนที่เสร็จสมบูรณ์


การต่อสู้ในเกมนี้นั้นค่อนข้างเข้าใจง่ายแต่ก็มีความลึกในตัวของมันเอง โดยหลักๆฝั่งผู้เล่นจะมีตัวละครห้าตัว แบ่งเป็น แนวหน้า และ แนวหลัง ซึ่งผู้เล่นสามารถจัดให้ใครอยู่แนวหน้าหรือหลังก็ได้ตามต้องการ โดยแนวหน้าจะโจมตีแรงและได้รับดาเมจแบบปกติ แต่ทางด้านแนวหลังนั้นพวกโจมตีระยะประชิดจะถูกลดความเสียหายลง (เวทย์มนต์กับการโจมตีระยะไกลแรงปกติ) แต่ฝั่งศัตรูก็จะโจมตีเราเบาลงเช่นกัน ในการต่อสู้ก้จะเป็นระบบ turn base ผลัดกันตีเป็นเทิร์นๆ ซึ่งใครที่เร็วกว่าจะได้ตีก่อนและเรียงเป็นลำดับไปจนครบทุกคนก็จบเทิร์น ซึ่งดูเผินๆก็เป็นระบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป แต่เกมนี้มันมีอะไรที่มากกว่าธาตดินน้ำลมไฟ เช่นการ "bind" ศัตรู ทำให้ส่วนที่ถูก bind นั้นขยับไม่ได้ ซึ่งการ bind มีอยู่สามจุดคือ head, arm, leg ซึ่งแต่ละจุดก็จะส่งผลกับมอนสเตอร์แต่ละตัวแตกต่างกันออกไป เช่นการ bind ขาของศัตรูจะทำให้ศัตรูไม่สามารถหนีออกจากการต่อสู้ได้ แต่เมื่อใช้กับศัตรูที่ใช้ขาในการโจมตี ก็อาจส่งผลให้มันไม่สามารถใช้ท่าบางท่า หรือไม่สามารถโจมตีเราได้เลยก็เป็นได้ และเกมนี้ยังมีไอเทมมากมายให้ใช้ในการต่อสู้ ประกอบกับอาชีพ และสกิลที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ใช้ความคิดในการสร้างทีม และรูปแบบการเล่นแปลกๆใหม่ๆได้มากมาย 



การที่จะได้มาซึ่งไอเทมต่างๆในเกมนี้นั้น โดยส่วนใหญ่จะต้องซื้อจากร้านค้า แต่ทว่าการที่จะให้มีไอเทมต่างๆวางขายนั้น ผู้เล่นจำเป็นจะต้องหาไอเทมที่เป็นวัตถุดิบมาขายให้ร้านค้าซะก่อน และของที่วางขายก็จะวางขายตามจำนวนวัตถุดิบที่เรานำมาด้วย (สมมติว่าดาบมังกร ต้องการเขี้ยวมังกรสามอันเป็นวัตถุดิบ หากคุณนำเขี้ยวมังกรสามอันไปขายให้ร้านค้า ร้านค้าถึงจะสามารถตีดาบนี้มาขายให้คุณได้ และจะมีขายแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น หากอยากได้ชิ้นที่สองสามสี่ ต้องไปหาวัตถุดิบมาขายให้ร้านค้าอีกครั้งตามจำนวนที่ต้องการ) ซึ่งระบบนี้ใช้กับไอเทมแทบทุกอย่างในเกม แม้กระทั่งพวกไอเทมเติม hp ก็ด้วย ดังนั้นการหาวัตถุดิบในเกมนี้จึงสำคัญมาก และที่สำคัญมอนสเตอร์แต่ละตัวก็จะมีวิธีการปราบและการได้มาซึ่งวัตถุดิบที่แตกต่างกันไป ซึ่งตรงวิธีได้วัตถุดิบนั้นบางชิ้นได้มายากมากๆ อาจจะเป็นวิธีที่เราคาดไม่ถึง หรืออาจจะทำให้เรารับมือกับมอนสเตอร์ได้ยากขึ้น (เช่น สมมติเราเจอมอนสเตอร์ประเภทเต่า ซึ่งแพ้การทุบ และการฟันหรือแทง จะโจมตีแทบไม่เข้า แต่เราก็ต้องใช้การฟันในการโจมตีมันให้ตาย หากอยากได้กระดองของมัน เพราะถ้าทุบกระดองมันจะพังเป็นต้น) ซึ่งในส่วนนี้ทำให้ผู้เล่นต้องลองปราบศัตรูด้วยวิธีใหม่ๆจนกว่าจะรู้วิธีที่จะได้มาซึ่งวัตถุดิบที่ต้องการ 


ในส่วนของระบบปลีกย่อยต่างๆเกมนี้มีส่วนที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Guild House ซึ่งจะมีผู้ดูแลคอยรับฝากของ มอบเควส หรือแจกบัฟให้เรา ซึ่งเราสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ดูแลแต่ละคนได้ ซึ่งจะทำให้จำนวนของบัฟนั้นมีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น (ลงดันเจี้ยนแต่ละครั้งเลือกบัฟได้อย่างเดียว) แต่สิ่งที่น่าข้องใจคือ Guild House ออกจะใหญ่โตแต่เราไม่สามารถนอนพักได้ สุดท้ายก็ต้องไปนอนโรงแรมฟื้นฟูพลังเหมือนเดิม จุดนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าทางทีมงานคิดอะไรอยู่ ส่วนของใหม่อย่างระบบ Grimoire Stone ซึ่งทำให้เราสามารถใช้สกิลของอาชีพอื่นๆ หรือสกิลของมอนสเตอร์ ที่บันทึกไว้ในหินกริมมัวร์ได้นั้น โดยหินกริมมัวร์นั้นจะได้จากการสุ่ม และสกิลที่จะบันทึกลงในหินนั้นก็จะสุ่มจากสกิลของตัวละครตัวนั้นๆกับมอนสเตอร์ที่ต่อสู้ด้วย ดูจะเป็นการสุ่มล้วนๆ ต้องพึ่งดวงมากไปหน่อย (จริงๆก็มีวิธีที่เราพอจะเลือกให้มันบันทึกสกิลที่เราต้องการได้ แต่ดูจะยุ่งยากไปหน่อย) ถ้าจะนับว่ามีประโยชน์มันก็มี แต่ยังใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร

__________________________________________

Graphic&Sound

__________________________________________



กราฟิกของเกมนี้นั้นถือว่าทำออกมาได้ดี สวยงามตามสภาพ ส่วนของฉาก 3D อาจดูหยาบๆไปหน่อย แต่ตัวมอนสเตอร์ก็ทำออกมาดีพอกลบส่วนนั้นไปได้ ที่สำคัญคือภาพอาร์ตเวิร์คของเกมนี้สวยงามมาก แถมการออกแบบตัวละครแต่ละตัวก็ทำออกมาได้ดูดี น่าสนใจ ติดตรงภาพรวมของฉาก 3D ที่มันไม่ค่อยพัฒนาจากภาคก่อนสักเท่าไหร่ นอกเหนือจากนั้นทุกอย่างดูดี

ในส่วนของเสียงประกอบนั้น เพลงในเกมนี้นั้นทำออกมาได้เพราะมาก และฟังติดหู โดยในภาคนี้ผู้เล่นสามารถเลือกปรับเพลง BGM ได้สองแบบคือแบบเก่าที่เป็นเสียง midi สร้างในคอมพิวเตอร์ กับแบบใหม่ที่นำมาเรียบเรียงและบันทึกเสียงโดยใช้เครื่องดนตรีจริงๆ ใครชอบแบบไหนก็เลือกปรับได้ตามสะดวก ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นไหนก็เพราะเหมือนกัน ส่วนเสียงเอฟเฟกต์ในเกมนี้นั้น ก็ทำออกมาได้โอเค เพียงแต่บทพูดต่างๆ น่าจะพากษ์แบบ full voice ได้แล้ว (ในเกมนี้มีเสียงพากษ์แค่บางประโยค) ผิดกับฉากต่อสู้ที่ตัวละครมันคุยกันบ่อยมาก แถมมีแอบบอกด้วยว่ามอนสเตอร์ตัวนี้มันแพ้อะไร ในส่วนนี้ถือว่าทำได้เยี่ยมเลยทีเดียว (ปล.เอาใจคนชอบฟังเพลง เกมนี้มีโหมดฟังเพลงแยกให้ต่างหากด้วย โดยจะมีทุกเพลงในเกมให้ได้เลือกฟังกันตามอัธยาศัย)

__________________________________________

Value

__________________________________________

ถ้าถามว่าเกมนี้คุ้มหรือไม่กับราคาค่าตัวของมัน ให้คุณลองถามตัวเองดูครับว่า
- คุณชอบเกม RPG หรือเปล่า
- เวลาเล่นเกมคุณชอบอ่านและชอบสังเกตุอะไรๆในเกมหรือเปล่า
- คุณชอบเกมที่ยาก และท้าทายหรือเปล่า
- อ่านภาษาอังกฤษ (หรือญี่ปุ่น) ได้ในระดับหนึ่งหรือเปล่า
- เบื่อไหมถ้าจะต้องทำอะไรซ้ำไปซ้ำมา (อย่างการเก็บเลเวล)

หากที่ว่ามานี้มีไม่ถึงสามข้อ ผมว่าเกมนี้อาจไม่ค่อยเหมาะกับคุณเท่าไหร่ แต่ถ้าอยากลองแนะนำให้รอช่วงลดราคา หรือหาซื้อมือสองครับ ส่วนคนที่มี 3-4 ข้อขึ้นไป ถ้าคุณอยากลองผมว่าเกมนี้คุ้มค่าครับ ราคาประมาณ 1300 บาท กับเกมที่คุณเล่นได้ยาว 50-100 ชั่วโมง ผมว่าคุ้มแล้วครับ

__________________________________________

Verdict: 8.5/10

__________________________________________

ข้อดี
- เนื้อเรื่องน่าติดตาม ตัวละครน่าสนใจ
- ระบบต่อสู้เข้าใจง่าย แต่สนุก
- การเขียนแผนที่เป็นอะไรที่บรรเจิดมาก
- ภาพสวย เพลงเพราะ

ข้อเสีย
- ค่อนข้างเข้าถึงยากสำหรับคนที่ไม่ได้ชอบเกมแนวนี้เป็นทุนเดิม
ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียนรู้



__________________________________________


Review by: felit