Conception II ภาคต่อของเกมดังจาก psp ที่มีส่วนผสมระหว่าง RPG และ Dating Sim ได้อย่างลงตัว ตัวเกมเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่องการปั๊มลูกๆ และพาไปตะลุยดันเจี้ยนเพื่อกู้โลก ในภาคนี้ลงให้กับทั้ง PS Vita และ 3DS (โดยส่วนตัวผมเล่นบน 3DS ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต่างกันมากหรือเปล่า) ตอนนี้เกมนี้กำลังลดราคาอยู่พอดี เลยถือโอกาสนี้หยิบมา review กันครับ
Conception II: Children of the Seven Stars
By: Spike Chunsoft
Genre: RPG
Platform: 3DS/PS Vita
__________________________________________
__________________________________________
__________________________________________
__________________________________________
ข้อเสีย
- เกมการเล่นซ้ำซาก ไม่ค่อยท้าทาย
- ดันเจี้ยนทั้งเกมแทบหาความแตกต่างไม่ได้
__________________________________________
Story
__________________________________________
เนื้อเรื่องของเกมนี้ก้ตามมาตรฐานเกมแนวนี้ทั่วๆไปครับ ความมืดปกคลุมไปทั่วทุกที่ และเกิดเป็น Dusk Circle ขึ้นมา (คล้ายๆกับหลุมที่เชื่อมกับต่างมิติ ราวๆนั้นครับ) กระจายไปทั่วโลก ซึ่งเหล่ามอนสเตอร์ก็พากันยกขบวนออกมาจาก Dusk Circle แต่ละแห่งและอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้แก่มนุษย์ แต่ถึงจะกำจัดมันไปเท่าไหร่มันก็ยังออกมาเรื่อยๆ เหมือนไม่มีหมด
ตามตำนานเล่าขานว่าเด็กแห่งดวงดาว มีพลังอำนาจที่จะสามารถปัดเป่าความชั่วร้ายได้ แต่การสร้างเด็กแห่งดวงดาวขึ้นมานั้นต้องใช้พลังแห่งดวงดาว (Star Energy มีในเด็กผู้หญิง) และพลังธาตุ(Ether มีในเด็กผู้ชาย) ในปริมาณที่สูงมาก และหนุ่มสาวทั้งสองต้องมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น
จึงได้มีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่เมือง Fort City เมืองที่ Dusk Circle แห่งแรกปรากฏขึ้นมา เพื่อรวบรวมเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาวที่มีพลังแห่งดวงดาว และพลังธาตุ มากกว่าคนปกติ ซึ่งเด็กเหล่านี้จะมีตราประทับแห่งดวงดาวปรากฏขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อฝึกฝนให้เหล่านักเรียนสามารถต่อกรกับมอนสเตอร์ได้ และหวังว่าจะพบเด็กหนุ่มสาว ที่สามารถให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวได้
พระเอกของเราเป็นนักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามา และเมื่อเข้ามาวันแรกก็พบว่าเขาเป็นผู้ที่มีพลัง Ether มากกว่าคนปกติหลายเท่าตัว และสามารถที่จะให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวได้ พระเอกของเราก็ถูกเรียกเป็น "ของขวัญของพระเจ้า" และจากพลัง Ether ที่มหาศาลทำให้เราสามารถให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาว และบุกเข้าไปใน Dusk Circle ได้ จากนี้ภารกิจของเราคือการร่วมมือกับเด็กสาวที่มีพลังแห่งดวงดาวทั้งเจ็ดคน สานสัมพันธ์ ตะลุยดันเจี้ยน และให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาว เพื่อปิดผนึก Dusk Circle ทั้งหมดลง
ตัวเนื้อเรื่องถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างใช้ได้ มีความน่าติดตามอยู่บ้าง แต่ก็เดาทางได้ง่ายผิดคาดราวกับหนังเกรดบี แต่กลับกันเนื้อเรื่องในส่วนของสาวๆทั้งเจ็ดคนนั้น มีความน่าสนใจ มีการเล่าเรื่องที่ดี และน่าติดตาม ทำให้โดยรวมแล้วด้านเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็ถือว่ามีอะไรดีอๆยู่พอตัว
เกม Conception II เป็นเกม RPG ที่มีส่วนผสมของ Dating Sim อยู่ครับ ส่วนของเกมเพลย์ขอแยกเป็นส่วนๆนะครับ เริ่มที่การสำรวจ เกมนี้ตัดความยุ่งยากในการสำรวจต่างๆออกไปเลยครับ เกมทำมาได้เข้าใจง่าย มีเมืองแค่เมืองเดียว โดยเกมจะค่อยๆปลดล็อกสถานที่ต่างๆออกมาให้คุณทีละเล็กทีละน้อย จากการดำเนินเนื้อเรื่องหรือการพัฒนาเมือง แถมการเดินทางก็มีสถานที่ต่างๆให้เลือกไปได้โดยสะดวก จุดนี้ใครที่ไม่ชินกับเกม RPG ประเภมที่เนื้อเรื่องวางบทมาหลวมๆแล้วให้เราไปหาทางไปต่อเอาเอง (เช่นผู้กล้าจงไปปราบราชามังกรซะ แต่จะไปยังไงไม่อธิบาย แค่ให้คำใบ้มานิดๆหน่อยๆ กว่าจะรู้ต้องไล่คุยจนเกือบหมดเมือง) ก็สามารถเล่นได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวหลง ส่วนดันเจี้ยนก็มีให้เลือกเป็นดันเจี้ยนไปจะไปที่ไหนก็กดเลือกไปได้ทันทีไม่ต้องเสียเวลา แถมเกมยังเรียงลำดับมาให้ตายตัวเรียบร้อยว่านี่ดันแรกนะ เสร็จแล้วไปนี่ต่อนะ สะดวกสบายมากๆครับ
ต่อไปก่อนจะออกไปลุยเราก้ต้องสร้างความสัมพันธ์กับสาวๆก่อน เพื่อการให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวครับ เกมเพลย์ในส่วนนี้ เราจะต้องทำการพูดคุย และผ่าน event กับสาวๆทั้งเจ็ดคน ซึ่งขอบอกว่าแต่ละคนนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากครับ ในส่วนนี้ตัวเกมทำออกมาได้ดีทีเดียว และนอกจากจะพูดคุย หรือตอบคำถามต่างๆเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์แล้ว เรายังสามารถซื้อของขวัญให้สาวๆได้ด้วย โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์แล้วถ้าของขวัญเหล่านั้นเป็นพวกเครื่องประดับ เราสามารถเลือกให้สาวๆสวมเครื่องประดับที่เราให้ไปได้ (แต่ทำไมมันใส่เฉพาะตอนอยู่ในโรงเรียนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน) ในส่วน event ของสาวๆถือว่าทีมงานเอาใจใส่ดีทีเดียว
การให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวนั้น เด็กจะออกมาเก่งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ status ของสาวๆที่ให้กำเนิดกับระดับความสัมพันธ์ของเรากับสาวคนนั้นๆครับ นอกจากนี้ด็กๆที่เกิดมาจะมี Level Cap ที่แตกต่างกันไป จุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับเลเวลของพ่อแม่ด้วยครับ เว้นแต่เด็กอัจฉริยะที่เกิดมามี Max Level ที่ 99 เลย แต่โอกาสได้ก็น้อยมากครับ (ดังนั้นเกมจึงเหมือนกับบังคับกลายๆให้คุณสร้างความสัมพันธ์กับสาวๆแล้วพาเธอไปเก็บเลเวลด้วย) จุดที่น่าสนใจคือเด็กๆพวกนี้มีอาชีพให้เลือกเยอะมากครับ แต่ละอาชีพก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ให้เราหาอาชีพที่ชอบมาจัดทีมกันได้ตามสะดวก โดยการเล่นจะแบ่งเป็นสี่ทีม คือทีมของตัวเอก+สาว (เลือกได้ทีละคน) และทีมของเด็กๆอีกสามทีม ทีมละสามคน ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกผสมผสานสายอาชีพต่างๆไว้ในทีมตามความพอใจ และถ้าเราจัดทีมตรงตามเงื่อนไข ทีมนั้นจะสามารถใช้ skill พิเศษได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีอาชีพพิเศษให้ค้นหาอีก จุดนี้เพิ่มความสนุกให้เกมได้อีกเยอะครับ
ต่อไปก่อนจะออกไปลุยเราก้ต้องสร้างความสัมพันธ์กับสาวๆก่อน เพื่อการให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวครับ เกมเพลย์ในส่วนนี้ เราจะต้องทำการพูดคุย และผ่าน event กับสาวๆทั้งเจ็ดคน ซึ่งขอบอกว่าแต่ละคนนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากครับ ในส่วนนี้ตัวเกมทำออกมาได้ดีทีเดียว และนอกจากจะพูดคุย หรือตอบคำถามต่างๆเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์แล้ว เรายังสามารถซื้อของขวัญให้สาวๆได้ด้วย โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์แล้วถ้าของขวัญเหล่านั้นเป็นพวกเครื่องประดับ เราสามารถเลือกให้สาวๆสวมเครื่องประดับที่เราให้ไปได้ (แต่ทำไมมันใส่เฉพาะตอนอยู่ในโรงเรียนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน) ในส่วน event ของสาวๆถือว่าทีมงานเอาใจใส่ดีทีเดียว
การให้กำเนิดเด็กแห่งดวงดาวนั้น เด็กจะออกมาเก่งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ status ของสาวๆที่ให้กำเนิดกับระดับความสัมพันธ์ของเรากับสาวคนนั้นๆครับ นอกจากนี้ด็กๆที่เกิดมาจะมี Level Cap ที่แตกต่างกันไป จุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับเลเวลของพ่อแม่ด้วยครับ เว้นแต่เด็กอัจฉริยะที่เกิดมามี Max Level ที่ 99 เลย แต่โอกาสได้ก็น้อยมากครับ (ดังนั้นเกมจึงเหมือนกับบังคับกลายๆให้คุณสร้างความสัมพันธ์กับสาวๆแล้วพาเธอไปเก็บเลเวลด้วย) จุดที่น่าสนใจคือเด็กๆพวกนี้มีอาชีพให้เลือกเยอะมากครับ แต่ละอาชีพก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ให้เราหาอาชีพที่ชอบมาจัดทีมกันได้ตามสะดวก โดยการเล่นจะแบ่งเป็นสี่ทีม คือทีมของตัวเอก+สาว (เลือกได้ทีละคน) และทีมของเด็กๆอีกสามทีม ทีมละสามคน ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกผสมผสานสายอาชีพต่างๆไว้ในทีมตามความพอใจ และถ้าเราจัดทีมตรงตามเงื่อนไข ทีมนั้นจะสามารถใช้ skill พิเศษได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีอาชีพพิเศษให้ค้นหาอีก จุดนี้เพิ่มความสนุกให้เกมได้อีกเยอะครับ
ส่วนของการตะลุยดันเจี้ยน เกมนี้แบ่งดันเจี้ยนออกเป็นดันเจี้ยนหลัก 8 ดันเจี้ยน และดันเจี้ยนย่อยๆอีก 10 ดันเจี้ยนซึ่งจะเคลียร์หรือไม่ก็ได้ รวมทั้งหมด 18 ดันเจี้ยน แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว มันเหมือนๆกันไปซะหมด ราวกับแค่เปลี่ยนเท็กเจอร์มา ภายในดันเจี้ยนไม่มีอะไรให้สำรวจ (นอกจากจะอยากเก็บไอเทมให้ครบๆ) แถมบางที่ยังกว้างเกินจำเป็น เล่นแล้วชวนหลับเอามากๆ ระบบการต่อสู้ การเข้าต่อสู้จะไม่ได้ใช้การสุ่มเจอศัตรูแบบ RPG อื่นๆ แต่จะมีมอนสเตอร์ให้เห็นเป็นตัวเป็นตนในแผนที่เลย และหากเดินไปสะกิดกันก็จะตัดเข้าฉากต่อสู้ (ใครเคยเล่น Persona 3,4 มามันก็อารมณ์นั้นละครับ แค่คุณไม่ต้องกดฟันเท่านั้นเอง) ในส่วนของการต่อสู้นั้น จะเป็น Turn base โดยใครเร็วกว่าก็ได้เทิร์นไวกว่า และการใช้ท่าต่างๆก็มีผลต่อความเร็วของการได้เทิร์นด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกทิศทางการโจมตีมอนสเตอร์ได้ด้วย (ซ้าย ขวา หน้า หลัง สี่ทิศ) ซึ่งมอนสเตอร์แต่ละตัวก็จะมีจุดอ่อนอยู่ในทิศทางต่างๆ เช่นบางตัวจุดอ่อนอยู่ด้านหลัง หากโจมตีจากด้านหลังจะแรงขึ้นเป็นต้น แน่นอนครับ การย้ายตำแหน่งเพื่อโจมตีก็มีผลต่อความเร็วของการได้เทิร์นด้วยเช่นกัน ส่วนต่อไปคือระบบ Chain ทุกๆครั้งที่คุณทำการโจมตี ค่า Chain ก็จะขึ้นมา และหากเพิ่มถึงระดับหนึ่งมอนสเตอร์จะถูก Chain ทำให้เทิร์นช้าลงและหากคุณทำการ Chain ได้สำเร็จ ก็จะได้ค่าประสบการณ์และเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้เกมยังมี Ether Level ที่ทำให้เราได้เทิร์นเร็วขึ้น โดย Ether Level สามารถเพิ่มได้ด้วยการ Chain การกำจัดศัตรู หรือการใช้สกิล จากทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าระบบต่อสู้มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะพอสมควร และมีอะไรให้คิดมากกว่าแค่ตีๆให้จบไป แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว หากจัดทีมดีๆ วางแผนดีๆ และมีเลเวลสูงพอ ศัตรูแทบทุกตัวในเกมนี้ (ยกเว้นพวกบอส) คุณสามารถกดออโต้แล้วปล่อยให้มันตีเองได้เลยครับ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เมื่อรวมกับดันเจี้ยนซ้ำซาก กับกองทัพมอนสเตอร์ย้อมสี มันยิ่งชวนง่วงไปกันใหญ่ครับ แต่บอสแต่ละตัวทำออกมาได้ดูดี และท้าทายพอตัวครับ
__________________________________________
Graphic&Sound
__________________________________________
สำหรับกราฟิกในเกมนี้ ออกตัวก่อนว่าผมเล่นบน 3ds นะครับ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีเลยครับสำหรับเกมบน 3ds มันสวยงามในระดับที่น่าพอใจ อนิเมคัตซีนก็ทำออกมาดี มีอยู่พอหอมปากหอมคอ ส่วนพวกกราฟิก 3d ก็สวยงามสมตัวครับ ที่สำคัญฉากใช้สกิลพิเศษของตัวเอกและสาวๆดูดีมาก แต่ส่วนของดันเจี้ยนนี่ทำมาแบบเผามากๆ ซ้ำซากไปซะหมด 18 ดันเจี้ยนแทบไม่มีอะไรต่างนอกจาก texture แถมมอนสเตอร์ย้อมสีเพียบ ผมว่ามันดูขี้เกียจไปครับ
ส่วนเสียงประกอบทำออกมาได้ดี เพลงทำนองแปลกๆแต่ฟังแล้วติดหูก็มีอยู่เยอะครับ ส่วนเสียงพากย์ก็มีอยู่ครบในบทสนทนาหลักๆ และก็พากย์ได้ดีทีเดียว คงเอกลักษณ์ของตัวละครไว้ได้ (สำหรับการพากย์อังกฤษที่หลายๆเกมทำออกมาไร้อารมณ์มาก) สำหรับใครที่ซื้อในล็อตแรก เขาแถมแผ่น Soudtrack มาให้ด้วยนะครับ
__________________________________________
Value
__________________________________________
ถ้าจะถามว่าเกมนี้คุ้มค่าไหม ผมมองว่ามันเป็นเกมที่รายละเอียดหลายๆอย่างมันดูเยอะ เหมือนเอาอะไรดีๆมารวมๆกัน แต่เอาเข้าจริงๆมันไปไม่สุดสักทางครับ ถ้าคุณทำใจได้กับการทำอะไรซ้ำๆซากๆ วนไปวนมา อยากติดตามเนื้อเรื่องของเกมนี้ และมีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ ผมว่ามันก็โอเคครับ แต่ผมว่ารอช่วงลดราคา หรือซื้อมือสองดีกว่าครับ
__________________________________________
Verdict: 7/10
__________________________________________
ข้อดี
- เนื้อเรื่องน่าสนใจ
- สาวๆน่ารัก
- กราฟิกสวยงามพอตัว
- เพลงเพราะ
- เนื้อเรื่องน่าสนใจ
- สาวๆน่ารัก
- กราฟิกสวยงามพอตัว
- เพลงเพราะ
ข้อเสีย
- เกมการเล่นซ้ำซาก ไม่ค่อยท้าทาย
- ดันเจี้ยนทั้งเกมแทบหาความแตกต่างไม่ได้
- มอนสเตอร์ย้อมสีเต็มไปหมด
ปล.ตอนนี้เกมนี้บน Nintendo eShop กำลังอยู่ในช่วงลดราคานะครับ ใครสนใจเกมนี้และคิดจะซื้อ โอกาสดีแล้วครับ
ปล2. Etrian Odyssey ที่ผมเคยรีวิวไปก็ลดนะครับ












.jpg)


